Tag Archives: ไวโอลิน

ทำไมควรซื้อไวโอลินที่มีมาตรฐานดีพอควร

เราเป็นเพียงแค่ “คนหัดเล่น” ทำไมเราควรที่จะต้องซื้อไวโอลินฝึกหัดที่มีมาตรฐานที่ดี (ในที่นี้ไม่ได้แปลว่าต้องแพงถึงดี) และพยายามหลีกเลี่ยงการซื้อไวโอลินที่ผลิตมาไม่ได้มาตรฐานและทำเซ็ทอัพมาไม่ดี เหตุผลอาจเป็นดังนี้

ไวโอลินที่ไม่ค่อยได้มาตรฐานบางครั้งอาจเป็นตัวบ่อนทำลายความพยายามของคนหัดเล่นทีละน้อยอยู่เรื่อย ๆ อาจทำให้ถึงกับถอดใจและเลิกเล่นในที่สุด

ไวโอลินที่ไม่ได้มาตรฐานมักให้เสียงที่ไม่ดีเอาเสียเลย แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะใช้เล่นให้ออกมาดีได้และอาจมีชิ้นส่วนที่อ่อนแอทำให้พังเสียหายได้ง่าย

การปรับปรุงสภาพ หรือส่วนประกอบ เช่นการใช้หย่องที่ดีขึ้น การปรับแต่งเสียง แม้กระทั่งการทำแท่งซาวด์โพสท์ใหม่ ไม่มีทางที่จะนำมาใช้แก้ไขไวโอลินที่ไม่มีคุณภาพให้กลับดีขึ้นมาได้

นักเรียนไวโอลิน ที่มีความจริงจัง มีความพยายามสูง ต้องเปลี่ยนไปใช้ไวโอลินที่มีคุณภาพสูงขึ้น เช่นไวโอลินระดับนักเรียนชั้นต้น เมื่อเล่นไปแล้วสักสองสามปีก็ควรเปลี่ยนให้ดีขึ้น เนื่องจากมีความสามารถสูงขึ้นจนถึงจุดที่ประสิทธิภาพของไวโอลินระดับต้นที่ใช้อยู่ไม่สามารถตอบสนองต่อการเล่นในระดับที่สูงขึ้นไปได้สะดวก

เมื่อนักเรียนผ่านการเรียนมาแล้วบ้าง มีฝีมือการเล่นที่พัฒนาขึ้นตามลำดับและแน่ใจแล้วว่าสามารถทำให้การเล่นไวโอลินนี้เป็นงานอดิเรก หรือเพื่อหย่อนใจได้แน่แล้ว สามารถเป็น Lifetime hobby ได้ถ้ามีงบประมาณเพียงพอควรหาซื้อไวโอลินดีขึ้นไม่ว่าเป็นของ จีน เยอรมัน ฝรั่งเศสเพื่อใช้ไปตลอดชีวิตก็อาจเป็นความคิดที่ดี

ส่วนการเลือกไวโอลินระดับฝึกหัดระดับต้น ๆ นั้นจะมีขั้นตอนการเลือกที่ซับซ้อนน้อยกว่านี้ ควรจะดูจุดหลัก ๆ เช่นลูกบิดไวโอลิน เมื่อลองหมุนดูแล้วแน่นกระชับหรือไม่ เพราะถ้าไม่แน่นการตั้งเสียงเมื่อจะใช้ซ้อมหรือใช้เรียนก็จะเป็นไปได้ยากมาก

เทคนิคการเล่นไวโอลินเพื่อเสียงที่ไพเราะ


การจับไวโอลิน
ความรู้สึกที่ผ่อนคลายคือข้อพิจารณาอันดับแรกว่าคุณจับไวโอลินได้ดีหรือไม่ เวลาที่เล่นไวโอลินนั้น แผ่นหลัง หัวไหล่ ต้นคอ และกรามของคุณรู้สึกผ่อนคลายและไม่เกร็ง ท่าทางการจับไวโอลินควรจะตรงและผ่อนคลาย การยืนตรงป็นสิ่งสำคัญต่อการแสดงเช่นเดียวกับเหตุผลด้านสุขภาพ เมื่ออยู่ในท่ายืน ช่วงห่างของเท้าควรจะกว้างเท่าๆ กับความกว้างของช่วงไหล่ กระจายน้ำหนักของร่างกายลงที่เท้าทั้ง 2 ข้างเท่าๆ กัน เมื่ออยู่ในท่านั่ง ควรจะนั่งห่างจากพนักเก้าอี้ เท้าข้างซ้ายอยู่ข้างหน้าวางราบไปบนพื้น ส่วนเท้าขวาควรจะพับไปข้างหลังขาเก้าอี้เล็กน้อย ซึ่งจะทำให้แขนขวามีพื้นที่เพียงพอที่จะลากคันชักได้ทุกทิศทางโดยไม่ไปชนกับเข่าขวา

ที่รองไหล่เป็นนวัตกรรมที่สำคัญที่ช่วยป้องกันอาการบาดเจ็บให้กับนักไวโอลินและนักวิโอล่าหลายๆ คน ความสูงของที่รองไหล่ขึ้นอยู่กับช่วงคอของนักดนตรีแต่ละคน เมื่อคุณวางไวโอลินเปล่าๆ ไว้บนไหล่ ที่รองไหล่จะช่วยเติมเต็มช่องว่างระหว่างที่รองคางและกรามของคุณถ้าระหว่างกรามและที่รองคาง (Chin rest) มีช่องว่างเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลยก็ไม่จำเป็นต้องใช้ที่รองไหล่ คุณอาจจะใช้เพียงที่รองไหล่แบบแผ่นฟองน้ำบางๆ เพื่อกันไม่ให้ไวโอลินเลื่อนหลุดจากไหล่ของคุณ และอาจจะใช้แผ่นฟองน้ำแบบมีสายรัดกับแผ่นหลังไวโอลิน

การจับคันชัก
ท่าทางการจับไวโอลินควรเป็นธรรมชาติ วิธีตรวจสอบว่าตำแหน่งของมือขวาเป็นธรรมชาติหรือไม่นั้น ให้คุณยืนขึ้นปล่อยแขนและมือไว้ข้างลำตัว นั่นคือท่าทางการจับคันชักของมือขวาที่ควรจะเป็นโดยปรับแต่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น สิ่งที่เปลี่ยนไปมี 2 อย่างคือนิ้วโป้งและนิ้วก้อย นิ้วโป้งจะอยู่ใต้นิ้วอื่นๆ เล็กน้อยและวางอยู่ที่ด้ามคันชักบริเวณช่องเล็กๆ ระหว่างโคนคันชัก(Frog) และปลอกหนังหุ้มด้ามจับ (Grip) นิ้วโป้งควรจะโค้งออกด้านนอกเป็นรูปวงกลมกับนิ้วอื่นๆ ปลายนิ้วก้อยวางอยู่ด้านบนคันชักก่อนถึงปุ่มสกรู (Screw) โดยวางนิ้วเป็นแนวโค้งเพื่อรับน้ำหนักของคันชัก ส่วนอีก 3 นิ้วที่เหลือให้วางอย่างสบายๆ เหนือด้ามคันชัก ซึ่งจะทำให้นิ้วโป้งและนิ้วกลางไขว้กัน ควรจะออกแรงบีบนิ้วทั้งสองเล็กน้อยจะทำให้รู้สึกจับคันชักได้อย่างมั่นคง ทำให้นิ้วที่เหลือ ข้อมือ ข้อศอก และหัวไหล่รู้สึกผ่อนคลายและไม่เกร็ง

เทคนิคที่คุณสามารถนำไปใช้ในการฝึกฝนเล่นเทคนิคยากๆ เช่น
1. Legato scale มีอัตราจังหวะความยาวของโน้ตหลายๆ ตัวที่เท่ากัน แต่อาจจะยากที่จะเล่นให้เสียงของโน้ตแต่ละตัวออกมาเท่าๆ กัน วิธีการก็คือ ให้ฝึกด้วยสเกลเดิม ฝึกการวางนิ้วและเปลี่ยนโพสิชั่นด้วยจังหวะของโน้ตที่มี ‘จุด’ เมื่อคุณกลับไปเล่นที่โน้ตตามปกติ จะทำให้เล่นโน้ตให้มีอัตราจังหวะเท่ากันได้ง่ายขึ้น
2. การเล่นในบทเพลงในช่วงที่ยากๆ และมีจังหวะเร็วๆ ให้ออกมาสมบูรณ์นั้นค่องข้างยาก แม้ว่าจะลดความเร็วลงก็ตาม วิธีการฝึกก็คือ ให้เล่นโน้ตตัวที่ 1 และ 2 ของช่วงนั้น โดยเล่นโน้ตทั้ง 2 ตัวต่อเนื่องพร้อมๆ กัน และเล่นให้เร็วและดังที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้ (เเม้ว่าจะเป็นโน้ตเขบ็จ 3 ชั้น ที่มีถึง 32 ตัวก็ไม่ต้องคำนึงถึงอัตราจังหวะที่เเท้จริงของมัน) หลังจากนั้นให้เล่นโน้ต 2 ตัวถัดไปจนกระทั่งจบวรรคนั้น ให้หยุดเฉพาะช่วงต่อของโน้ตแต่ละคู่
หลังจากนั้นให้กลับไปเล่นซ้ำแบบเดิมอีกครั้ง แต่คราวนี้ให้เริ่มเล่นจากโน้ตตัวที่ 2 ของวรรคนั้น โดยจับคู่กับโน้ตตัวที่ 3 และจับโน้ตคู่ต่อๆ ไปเรื่อยๆ ห้ามหยุดหรือเล่นซ้ำโน้ตคู่เดิมแม้ว่าคุณจะเล่นผิดก็ตาม วิธีการนี้จะทำให้คุณสร้างห่วงโซ่ในใจที่เชื่อมโยงกับโน้ตในวรรคของบทเพลงนั้นๆ เข้าด้วยกัน และทำให้เล่นตรงตามจังหวะได้ง่ายกว่า ลองสังเกตดูว่าเมื่อคุณสามารถเล่นโน้ตคู่ต่างๆ ได้ถูกต้องและเร็วเท่าที่คุณต้องการ หลังจากนั้นจึงเริ่มเล่นตามจังหวะ (Tempo) ที่แท้จริงของมัน

การถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกด้วยเสียงไวโอลิน

สภาพสังคมเมืองปัจจุบัน ผู้คนต้องเผชิญกับมลภาวะนานาชนิด ก่อเกิดสารพัดโรคที่สร้างความรำคาญให้กับชีวิต ทั้ง เครียด ปวดหัว ภูมิแพ้ ไมเกรน นอนไม่หลับ ซึมเศร้า การบำบัดรักษาด้วยศาสตร์ปัจจุบันไม่ใช่คำตอบสุดท้ายที่จะทำให้หายจากอาการดังกล่าว หลายคนจึงหันเข้าหาศาสตร์ทางเลือก ที่เน้นใช้ธรรมชาติบำบัดหล่อหลอมใจกายรวมเป็นหนึ่งด้วยความเชื่อและศรัทธา ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าได้ผลจริง

ปกติแล้วการเล่นไวโอลินให้เป็นเพลงสำหรับมือใหม่ก็ยากอยู่แล้ว แต่สุดยอดของการเล่นไวโอลินก็คือการที่เราจะทำยังไงก็ตามให้คนที่ฟังเสียงไวโอลินที่เราเล่นคล้อยตาม และเชื่อว่า อารมณ์ เนื้อหาที่คุณเล่นอยู่นั้น เป็นไปตามที่คุณเล่น และต้องการจะบอกกับเขาถ้าเป็นเพลงที่เป็นเพลงร้องคนร้องก็ยังพอเดาได้ แต่ถ้าเป็นเพลงบรรเลงละ

การเล่นไวโอลินเห็นศิลปอย่างหนึ่ง ซึ่งต้องใช้ความอดทน ความพยายาม ในการฝึกซ้อม และทำความเข้าใจว่าเราเล่นไปแล้วควรจะพัฒนาไปในทิศทางไหน ถ้าเราเล่นไวโอลินไปตามโน้ต แล้วถือว่าพอแล้ว ผมว่าใครก็เล่นได้ แต่จุดมุ่งหมายถ้าจะเอาดีทางไวโอลิน มันอยู่ที่

โดยเฉพาะเพลงบรรเลง เพลงที่ผู้ฟังไม่เคยได้ยินคำร้อง เรามีทำนอง เมโลดี้ จากนี้ไปก็เป็นหน้าที่ของคุณที่จะต้องนำเอา เทคนิคต่าง ๆกับไวโอลินของคุณ เล่นเพื่อจะถ่ายทอดสู่ผู้ฟัง ถ้าผู้ฟังสงบนิ่ง และรู้สึกคล้อยตาม เข้าใจในความหมายที่เราสื่อออกไป ก็แสดงว่าเราเข้าใกล้ว่าเล่นไวโอลิน “เป็น” เข้าไปทุกที

สีสัน (Tone color) คือ คุณสมบัติเฉพาะของเครื่องดนตรี รวมทั้งเสียงร้องของมนุษย์ ซึ่งมีความแตกต่างกันโดยธรรมชาติของสิ่งนั้น ๆ เครื่องดนตรีแต่ละชนิดจะมีเสียงที่ให้อารมณ์แตกต่างกัน เช่น เครื่องดนตรีประเภทเครื่องลมไม้อย่างฟลูท เมื่อเราได้ยินเสียงฟลุ้ทในบทเพลงทำให้เรานึกหรือจิตนาการถึงนกที่กำลังบินบนท้องฟ้า แจ่มใสร่าเริง หรือถ้าได้ยินเสียงไวโอลินในบทเพลงเราก็นึกถึงสายลมที่กำลังพัดแผ่วเนื่องจากไวโอลินเป็นเครื่องสายที่สามารถเล่นท่วงทำนองของเพลงได้ไพเราะ เสียงแหลมใสของไวโอลินถ่ายทอดความรู้สึกแทบทุกชนิดได้ สำหรับเสียงฮาร์พเป็นเสียงที่เบา นิ่มนวล พราวพริ้วเมื่อเราได้ยินทำให้นึกถึงเสียงน้ำตกที่มีละอองน้ำแตกกระจายฟังแล้วทำให้เราชื่นฉ่ำได้ แต่ในทางตรงกันข้ามเครื่องดนตรีประเภทเครื่องเป่าทองเหลืองก็สามารถทำเสียงแสดงอำนาจเช่นเสียงแตรทรัมเป็ต ทรอมโบน ฯลฯ สีสันของเสียงเราพบว่านักร้องแต่ละคนก็มีเสียงไม่เหมือนกัน บางคนเสียงทุ้มใหญ่ต่ำกังวานมีอำนาจ บางคนเสียงเล็กแหลมใสไพเราะ บางคนเสียงสูง

ในทำนองเดียวกันถ้าเราเปลี่ยนสีสันของเสียงดนตรีหรือเสียงร้องแล้วจะทำให้เกิดความรู้สึกที่ตัดกัน เช่น เมื่อเราให้เครื่องดนตรีชนิดหนึ่งเล่นทำนอง ๆ หนึ่ง แล้วเปลี่ยนให้เครื่องดนตรีอีกชิ้นอื่นเล่นทำนองเดียวกัน ก็จะทำให้เกิดผลต่อความรู้สึก คุณลักษณะของเสียงดังกล่าวนี้เมื่อเราฟังบ่อย ๆ ครั้ง เราอาจสังเกตความแตกต่างได้สีสันหรือคุณลักษณะของเสียงเหล่านี้ ทำให้คีตกวีสามารถเลือกใช้ให้เหมาะสมกับอารมณ์ บรรยากาศ และโอกาสของบทบรรเลงได้

การพัฒนาไวโอลินจากสมัยก่อนจนถึงปัจจุบันและขั้นตอนการผลิต

ไวโอลินถูกพัฒนาขึ้นระหว่างต้นปีถึงกลางปี 1500 โดยช่างไวโอลินชื่อ อันเดรีย อามาตี้ (Andrea Amati) ชาวอิตาเลียน ซึ่งเป็นนักเรียนฝึกหัดทำเครื่องดนตรีประเภทเครื่อสายโบราณที่เรียกว่า ลู๊ท (Lute) ซึ่งในเวลาต่อมา อันเดรีย ได้พัฒนาฝีมือของตนจนถึงขั้นเป็นช่างชั้นครูเมื่อราวปี 1515 ไวโอลินบางส่วนที่เขาได้ทำขึ้นก็มีอยู่มาถึงทุกวันนี้ หลาย ๆ ชิ้น ที่เก่าแก่ที่สุดของอามาตี้ที่ทราบกันอย่างเป็นทางการนั้นผลิตขึ้นในปี 1567 เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องดนตรีต่าง ๆ ที่ทำขึ้นถวาย กษัตริย์ชาลส์ ที่ 9 แห่งฝรั่งเศส  ถัดมาอีกประมาณ 100 ปี ก็มีช่างไวโอลินชั้นครูที่จัดว่ามีชื่อเสียงที่สุดของโลกขึ้นเขาคือ อันโตนิโอสตราดิวารี่ (Antonio Stradivari) ครีโมนา ประเทศอิตาลี สตราดิวารี่ ในชั้นต้นเคยเป็นนักเรียนฝึกหัดของ นิโกโล่ อามาตี้ (Nicolo Amati – เป็นหลานปู่ของ อันเดรีย อามาตี้) ช่างคนนี้เองได้พัฒนาการสร้างไวโอลินให้มาถึงจุดสูงสุด ในราวปี 1710 ซึ่งนับเป็นยุคทองของการสร้างไวโอลิน

โดยปกติแล้วไวโอลินชั้นเยี่ยมจะถูกผลิตขึ้นโดยช่างชั้นครูคราวละเพียงหนึ่งตัวเท่านั้น ทุก ๆ ชิ้นส่วนจะถูกทำขึ้นอย่างระมัดระวังทีละชิ้น และตั้งอกตั้งใจสร้างสัดส่วนด้านหน้าและหลังของไวโอลินให้มีรูปทรงเป็นเหมือนกล่องเล็ก ๆ ที่มีความสวยงดงาม อีกทั้งมีคุณสมบัติเป็นเหมือนเครื่องขยายเสียง ทำให้เสียงที่เกิดจากการสั่นสะเทือนจากการสีมีความเข้มข้นเต็มที่ขั้นตอนการสร้างไวโอลินแบบดั้งเดิมยังคงใช้ในการสร้างไวโอลินชั้นดีมาจนกระทั่งทุกวันนี้ อย่างไรก็ตามหลังจากยุคปฎิวัติอุตสาหกรรม มีการนำเครื่องจักรเข้ามาร่วมใช้ในขั้นตอนการผลิตไวโอลินที่มีคุณภาพรองลงมาซึ่งมีโรงงานอยู่มากในประเทศเยอรมัน ซึ่งเราเรียกกันว่าไวโอลินโรงงาน หรือ Factory violin นั่นเอง อย่างไรก็ตามขั้นตอนต่าง ๆ ในการผลิตส่วนหนึ่งยังต้องใช้มือในการสร้างอยู่นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างไวโอลินที่มีคุณภาพใดก็ตาม โดยทั่วไปแล้วไวโอลินชั้นดี ที่สร้างมาจากไม้ชั้นดีที่คัดสรรแล้ว ยังคงต้องใช้ขั้นตอนการสร้างอย่างพิถีพิถันด้วยมือผู้ชำนาญเป็นสำคัญ

ไวโอลินเครื่องดนตรีที่ทำให้เกิดเสียงระดับเสียงสูงในกลุ่มเครื่องดนตรีคลาสสิก

ไวโอลีน (Violin Family) มีทั้งหมด 4 ชนิด คือ ไวโอลิน วิโอลา เซลโล และดับเบิลเบส เครื่องดนตรีในตระกูลไวโอลินคือเครื่องดนตรีหลักที่ใช้ในวงค์ออร์เคสตร้า ปกติเล่นโดยใช้คันชักสีที่สายให้สั่นสะท้าน คันชักของไวโอลินจะทำด้วยหางม้าและบางครั้งก็จะใช้นิ้วดีดที่สาย เพื่อให้เกิดเสียงตามต้องการ

การดูแลรักษาไวโอลิน การเตรียมการเพื่อดูแลรักษาไวโอลินในขั้นต้นจะทำให้เครื่องดนตรีอยู่ในสภาพสมบูรณ์mc01108ที่สุดสำหรับการเล่น และช่วยยืดอายุการเสื่อมสภาพของไวโอลิน การดูแลรักษาอย่างถูกวิธีด้วยความเข้าใจสภาวะที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเครื่องดนตรีตัวโปรดของคุณ หมั่นตรวจสภาพของมันอย่างสม่ำเสมอควบคู่ไปกับการตรวจเช็คเป็นครั้งคราวโดยช่างซ่อมไวโอลินมืออาชีพ รายละเอียดข้างล่างเป็นข้อปฏิบัติและการดูแลรักษาไวโอลินที่ถูกวิธี พร้อมกเคล็ดลับในการหลีกเลี่ยงความเสียหายและอุบัติเหตุที่คาดไม่ถึงซึ่งอาจเกิดขึ้นได้

ไม้กับความชื้น (Wood and water) ไม้ไม่สามารถรักษาสภาพของตัวเองได้ดีนักเมื่อถูกความชื้น แม้ว่าไม้จะคงรูปได้ดีขึ้นหลังจากที่ผ่านกระบวนการอบเป็นอย่างดีก็ตาม แต่ไม้ยังคงพองหรือบวมเมื่อถูกความชื้น และหดตัวเมื่ออากาศแห้ง ไม้ที่ใช้ทำชิ้นส่วนบางอย่างของไวโอลินจะคงรูปดีกว่าไม้ที่ใช้ทำเครื่องดนตรีอื่นๆ นอกจากนั้น ไม้ทุกชนิดจะหดตัวในแนวขวางของลายไม้มากกว่าการหดตัวตามยาว ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจเลยว่า โครงสร้างที่ซับซ้อนของเครื่องดนตรีอย่างไวโอลินจะเกิดการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของความชื้นในอากาศได้ค่อนข้างมาก เช่น เมื่อไม้แผ่นหน้าเกิดอากาการบวมมักจะนูนขึ้นด้านบน แต่การขยายตัวออกด้านข้างจะถูกจำกัดไว้ด้วยแผ่นไม้ด้านข้าง (Rib ) ทำให้เกิดผลกระทบแบบทวีคูณนั่นคือทำซาวด์โพสท์สั้นเกินไปและทำให้ความสูงของหย่องเพิ่มขึ้น ในช่วงเดือนที่มีความชื้นสูงๆ ไม้แผ่นหน้ามักจะเกิดการขยายตัวมากกว่าอาการคอไวโอลินตก ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้สายไวโอลินเหนือฟิงเกอร์บอร์ดลอยสูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงของความชื้นในอากาศอาจเป็นสาเหตุให้การเล่นเเละการตอบสนองของเสียงเกิดการแกว่งตัว และอาจทำให้เกิดปัญหาที่หนักกว่านั้นคือ ไม้เกิดการปริแตกเมื่อสูญเสียความชื้นอย่างรวดเร็วกว่าที่มันดูดซึมเอาไว้ได้ ดังนั้นจึงควรเอาใจใส่เรื่องความชื้นเป็นพิเศษเมื่ออยู่ในสภาพอากาศที่แห้งๆ ควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ๆ ความชื้นมีการเปลี่ยนแปลงกระทันหัน ส่วนในที่ๆ อากาศมีการเปลี่ยนแปลงสูงมากๆ ขอแนะนำให้ ’ปรับ’ ปรับแต่งไวโอลินเสียใหม่ควบคู่ไปกับการใช้เครื่องดูดความชื้น หรือติดเครื่องควบคุมความชื้นขนาดเล็กในกล่องไวโอลิน