ความหลงไหลในเสียงของไวโอลีน

ไวโอลินเป็นหนึ่งในเครื่องสายชนิดหนึ่งที่มีคุณลักษณะเสียงที่กว้างแหลมคม ลักษณะเด่นอันหนึ่งที่เครื่องตนตรีอื่นไม่มีคือ ไวโอลินร้องไห้ได้ เสียงของไวโอลินผู้เล่นสามารถเล่นเสียงเครือหรือการคลอนนิ้วให้เสียงกังวานเหมือนลูกคอได้ คนที่ชื่นชอบไวโอลินหลายคนหลงไหลกับเสียงเอื้อนของไวโอลิน บางคนถึงกับกล่าวว่า เครื่องดนตรีชนิดนี้มีวิญญาณ เพราะน้ำเสียงเศร้าและโหยหวน ไวโอลินมีทั้งหมด 4 สาย แต่ละสายจะมีเสียงที่แตกต่างกัน เวลาสี ผู้เล่นจะใช้นิ้วกดไปที่เส้นตามตำแหน่งของโน้ต ซึ่งต้องอาศัยทักษะและการจำจุดของเสียงในแต่ละที่ ถ้ากดผิดเสียงก็จะผิดคีย์ไปเลย หากต้องการให้เสียงสั่นเครือ ผู้เล่นจะใช้นิ้วสั่นคลอนที่สาย หากใครเล่นคลอนนิ้วได้ดี ก็จะช่วยให้การสีไวโอลินมีชีวิตชีวา และมีเสน่ห์น่าฟังมาก

การเล่นไวโอลินนั้นมีเทคนิคที่ค่อนข้างซับซ้อนหลายๆอย่าง

ขึ้นอยู่กับตัวผู้เล่นด้วยว่ามีการฝึกฝนมากน้อยแค่ไหน เทคนิครวมๆของไวโอลินนั้นได้แก่ การจับไวโอลิน ควรจับในท่าทางที่ถูกต้อง ที่สำคัญคือไม่เกร็งมาก การจับไวโอลินที่ถูกต้องต้องรู้สึกผ่อนคลาย ไม่หนีบตัวเครื่องมากเกินไป แต่ก็ไม่ให้ตัวเครื่องหลุดขณะเล่น แสดงเช่นเดียวกับเหตุผลด้านสุขภาพ เมื่ออยู่ในท่ายืน ช่วงห่างของเท้าควรจะกว้างเท่าๆ กับความกว้างของช่วงไหล่ กระจายน้ำหนักของร่างกายลงที่เท้าทั้ง 2 ข้างเท่าๆกัน

เมื่ออยู่ในท่านั่งควรจะนั่งห่างจากพนักเก้าอี้ เท้าข้างซ้ายอยู่ข้างหน้าวางราบไปบนพื้น ส่วนเท้าขวาควรจะพับไปข้างหลังขาเก้าอี้เล็กน้อย ซึ่งจะทำให้แขนขวามีพื้นที่เพียงพอที่จะลากคันชักได้ทุกทิศทางโดยไม่ไปชนกับเข่าขวา และการจับคันชัก ท่าทางการจับไวโอลินควรเป็นธรรมชาติ วิธีตรวจสอบว่าตำแหน่งของมือขวาเป็นธรรมชาติหรือไม่นั้น ให้ยืนขึ้นปล่อยแขนและมือไว้ข้างลำตัว นั่นคือท่าทางการจับคันชักของมือขวาที่ควรจะเป็นโดยปรับแต่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

สิ่งสำคัญหลังการเล่นไวโอลินทุกครั้ง

คืออย่าปล่อยให้ผงยางสน สิ่งสกปรก และฝุ่นเกาะบนไวโอลิน ผงยางสนจะมีคุณสมบัติเป็นกรดอ่อนๆเมื่อทิ้งไว้นานๆจะเป็นผลเสียต่อน้ำมันวานิชที่เคลือบ ส่วนผลที่มีต่อเสียงก็คือ เมื่อสิ่งสกปรกและยางสนสะสมกันนานๆเข้าจะทำให้การสั่นสะเทือนของเสียงของไม้แผ่นหน้าลดลง รวมถึงเกิดคราบสกปรกสะสมสายไวโอลิน โดยนักไวโอลินที่ดีควรจะหมั่นทำความสะอาดไวโอลินหลังการเล่นทุกครั้ง พยายามเช็ดคราบเหงื่อไคลและยางสนออกให้หมด ส่วนการทำความสะอาดอย่างจริงจังหรือการทำความสะอาดไวโอลินเก่าที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนนั้นต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญ ข้อสำคัญก็คืออย่าใช้น้ำยาทำความสะอาดที่มีขายทั่วไป เพราะว่าน้ำยาเหล่านี้มีส่วนผสมของตัวทำละลายและสารที่มีคุณสมบัติในการขัด ซึ่งสามารถทำลายผิวเคลือบไวโอลินได้

การถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกด้วยเสียงไวโอลิน

สภาพสังคมเมืองปัจจุบัน ผู้คนต้องเผชิญกับมลภาวะนานาชนิด ก่อเกิดสารพัดโรคที่สร้างความรำคาญให้กับชีวิต ทั้ง เครียด ปวดหัว ภูมิแพ้ ไมเกรน นอนไม่หลับ ซึมเศร้า การบำบัดรักษาด้วยศาสตร์ปัจจุบันไม่ใช่คำตอบสุดท้ายที่จะทำให้หายจากอาการดังกล่าว หลายคนจึงหันเข้าหาศาสตร์ทางเลือก ที่เน้นใช้ธรรมชาติบำบัดหล่อหลอมใจกายรวมเป็นหนึ่งด้วยความเชื่อและศรัทธา ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าได้ผลจริง

ปกติแล้วการเล่นไวโอลินให้เป็นเพลงสำหรับมือใหม่ก็ยากอยู่แล้ว แต่สุดยอดของการเล่นไวโอลินก็คือการที่เราจะทำยังไงก็ตามให้คนที่ฟังเสียงไวโอลินที่เราเล่นคล้อยตาม และเชื่อว่า อารมณ์ เนื้อหาที่คุณเล่นอยู่นั้น เป็นไปตามที่คุณเล่น และต้องการจะบอกกับเขาถ้าเป็นเพลงที่เป็นเพลงร้องคนร้องก็ยังพอเดาได้ แต่ถ้าเป็นเพลงบรรเลงละ

การเล่นไวโอลินเห็นศิลปอย่างหนึ่ง ซึ่งต้องใช้ความอดทน ความพยายาม ในการฝึกซ้อม และทำความเข้าใจว่าเราเล่นไปแล้วควรจะพัฒนาไปในทิศทางไหน ถ้าเราเล่นไวโอลินไปตามโน้ต แล้วถือว่าพอแล้ว ผมว่าใครก็เล่นได้ แต่จุดมุ่งหมายถ้าจะเอาดีทางไวโอลิน มันอยู่ที่

โดยเฉพาะเพลงบรรเลง เพลงที่ผู้ฟังไม่เคยได้ยินคำร้อง เรามีทำนอง เมโลดี้ จากนี้ไปก็เป็นหน้าที่ของคุณที่จะต้องนำเอา เทคนิคต่าง ๆกับไวโอลินของคุณ เล่นเพื่อจะถ่ายทอดสู่ผู้ฟัง ถ้าผู้ฟังสงบนิ่ง และรู้สึกคล้อยตาม เข้าใจในความหมายที่เราสื่อออกไป ก็แสดงว่าเราเข้าใกล้ว่าเล่นไวโอลิน “เป็น” เข้าไปทุกที

สีสัน (Tone color) คือ คุณสมบัติเฉพาะของเครื่องดนตรี รวมทั้งเสียงร้องของมนุษย์ ซึ่งมีความแตกต่างกันโดยธรรมชาติของสิ่งนั้น ๆ เครื่องดนตรีแต่ละชนิดจะมีเสียงที่ให้อารมณ์แตกต่างกัน เช่น เครื่องดนตรีประเภทเครื่องลมไม้อย่างฟลูท เมื่อเราได้ยินเสียงฟลุ้ทในบทเพลงทำให้เรานึกหรือจิตนาการถึงนกที่กำลังบินบนท้องฟ้า แจ่มใสร่าเริง หรือถ้าได้ยินเสียงไวโอลินในบทเพลงเราก็นึกถึงสายลมที่กำลังพัดแผ่วเนื่องจากไวโอลินเป็นเครื่องสายที่สามารถเล่นท่วงทำนองของเพลงได้ไพเราะ เสียงแหลมใสของไวโอลินถ่ายทอดความรู้สึกแทบทุกชนิดได้ สำหรับเสียงฮาร์พเป็นเสียงที่เบา นิ่มนวล พราวพริ้วเมื่อเราได้ยินทำให้นึกถึงเสียงน้ำตกที่มีละอองน้ำแตกกระจายฟังแล้วทำให้เราชื่นฉ่ำได้ แต่ในทางตรงกันข้ามเครื่องดนตรีประเภทเครื่องเป่าทองเหลืองก็สามารถทำเสียงแสดงอำนาจเช่นเสียงแตรทรัมเป็ต ทรอมโบน ฯลฯ สีสันของเสียงเราพบว่านักร้องแต่ละคนก็มีเสียงไม่เหมือนกัน บางคนเสียงทุ้มใหญ่ต่ำกังวานมีอำนาจ บางคนเสียงเล็กแหลมใสไพเราะ บางคนเสียงสูง

ในทำนองเดียวกันถ้าเราเปลี่ยนสีสันของเสียงดนตรีหรือเสียงร้องแล้วจะทำให้เกิดความรู้สึกที่ตัดกัน เช่น เมื่อเราให้เครื่องดนตรีชนิดหนึ่งเล่นทำนอง ๆ หนึ่ง แล้วเปลี่ยนให้เครื่องดนตรีอีกชิ้นอื่นเล่นทำนองเดียวกัน ก็จะทำให้เกิดผลต่อความรู้สึก คุณลักษณะของเสียงดังกล่าวนี้เมื่อเราฟังบ่อย ๆ ครั้ง เราอาจสังเกตความแตกต่างได้สีสันหรือคุณลักษณะของเสียงเหล่านี้ ทำให้คีตกวีสามารถเลือกใช้ให้เหมาะสมกับอารมณ์ บรรยากาศ และโอกาสของบทบรรเลงได้

การพัฒนาไวโอลินจากสมัยก่อนจนถึงปัจจุบันและขั้นตอนการผลิต

ไวโอลินถูกพัฒนาขึ้นระหว่างต้นปีถึงกลางปี 1500 โดยช่างไวโอลินชื่อ อันเดรีย อามาตี้ (Andrea Amati) ชาวอิตาเลียน ซึ่งเป็นนักเรียนฝึกหัดทำเครื่องดนตรีประเภทเครื่อสายโบราณที่เรียกว่า ลู๊ท (Lute) ซึ่งในเวลาต่อมา อันเดรีย ได้พัฒนาฝีมือของตนจนถึงขั้นเป็นช่างชั้นครูเมื่อราวปี 1515 ไวโอลินบางส่วนที่เขาได้ทำขึ้นก็มีอยู่มาถึงทุกวันนี้ หลาย ๆ ชิ้น ที่เก่าแก่ที่สุดของอามาตี้ที่ทราบกันอย่างเป็นทางการนั้นผลิตขึ้นในปี 1567 เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องดนตรีต่าง ๆ ที่ทำขึ้นถวาย กษัตริย์ชาลส์ ที่ 9 แห่งฝรั่งเศส  ถัดมาอีกประมาณ 100 ปี ก็มีช่างไวโอลินชั้นครูที่จัดว่ามีชื่อเสียงที่สุดของโลกขึ้นเขาคือ อันโตนิโอสตราดิวารี่ (Antonio Stradivari) ครีโมนา ประเทศอิตาลี สตราดิวารี่ ในชั้นต้นเคยเป็นนักเรียนฝึกหัดของ นิโกโล่ อามาตี้ (Nicolo Amati – เป็นหลานปู่ของ อันเดรีย อามาตี้) ช่างคนนี้เองได้พัฒนาการสร้างไวโอลินให้มาถึงจุดสูงสุด ในราวปี 1710 ซึ่งนับเป็นยุคทองของการสร้างไวโอลิน

โดยปกติแล้วไวโอลินชั้นเยี่ยมจะถูกผลิตขึ้นโดยช่างชั้นครูคราวละเพียงหนึ่งตัวเท่านั้น ทุก ๆ ชิ้นส่วนจะถูกทำขึ้นอย่างระมัดระวังทีละชิ้น และตั้งอกตั้งใจสร้างสัดส่วนด้านหน้าและหลังของไวโอลินให้มีรูปทรงเป็นเหมือนกล่องเล็ก ๆ ที่มีความสวยงดงาม อีกทั้งมีคุณสมบัติเป็นเหมือนเครื่องขยายเสียง ทำให้เสียงที่เกิดจากการสั่นสะเทือนจากการสีมีความเข้มข้นเต็มที่ขั้นตอนการสร้างไวโอลินแบบดั้งเดิมยังคงใช้ในการสร้างไวโอลินชั้นดีมาจนกระทั่งทุกวันนี้ อย่างไรก็ตามหลังจากยุคปฎิวัติอุตสาหกรรม มีการนำเครื่องจักรเข้ามาร่วมใช้ในขั้นตอนการผลิตไวโอลินที่มีคุณภาพรองลงมาซึ่งมีโรงงานอยู่มากในประเทศเยอรมัน ซึ่งเราเรียกกันว่าไวโอลินโรงงาน หรือ Factory violin นั่นเอง อย่างไรก็ตามขั้นตอนต่าง ๆ ในการผลิตส่วนหนึ่งยังต้องใช้มือในการสร้างอยู่นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างไวโอลินที่มีคุณภาพใดก็ตาม โดยทั่วไปแล้วไวโอลินชั้นดี ที่สร้างมาจากไม้ชั้นดีที่คัดสรรแล้ว ยังคงต้องใช้ขั้นตอนการสร้างอย่างพิถีพิถันด้วยมือผู้ชำนาญเป็นสำคัญ

ไวโอลินเครื่องดนตรีที่ทำให้เกิดเสียงระดับเสียงสูงในกลุ่มเครื่องดนตรีคลาสสิก

ไวโอลีน (Violin Family) มีทั้งหมด 4 ชนิด คือ ไวโอลิน วิโอลา เซลโล และดับเบิลเบส เครื่องดนตรีในตระกูลไวโอลินคือเครื่องดนตรีหลักที่ใช้ในวงค์ออร์เคสตร้า ปกติเล่นโดยใช้คันชักสีที่สายให้สั่นสะท้าน คันชักของไวโอลินจะทำด้วยหางม้าและบางครั้งก็จะใช้นิ้วดีดที่สาย เพื่อให้เกิดเสียงตามต้องการ

การดูแลรักษาไวโอลิน การเตรียมการเพื่อดูแลรักษาไวโอลินในขั้นต้นจะทำให้เครื่องดนตรีอยู่ในสภาพสมบูรณ์mc01108ที่สุดสำหรับการเล่น และช่วยยืดอายุการเสื่อมสภาพของไวโอลิน การดูแลรักษาอย่างถูกวิธีด้วยความเข้าใจสภาวะที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเครื่องดนตรีตัวโปรดของคุณ หมั่นตรวจสภาพของมันอย่างสม่ำเสมอควบคู่ไปกับการตรวจเช็คเป็นครั้งคราวโดยช่างซ่อมไวโอลินมืออาชีพ รายละเอียดข้างล่างเป็นข้อปฏิบัติและการดูแลรักษาไวโอลินที่ถูกวิธี พร้อมกเคล็ดลับในการหลีกเลี่ยงความเสียหายและอุบัติเหตุที่คาดไม่ถึงซึ่งอาจเกิดขึ้นได้

ไม้กับความชื้น (Wood and water) ไม้ไม่สามารถรักษาสภาพของตัวเองได้ดีนักเมื่อถูกความชื้น แม้ว่าไม้จะคงรูปได้ดีขึ้นหลังจากที่ผ่านกระบวนการอบเป็นอย่างดีก็ตาม แต่ไม้ยังคงพองหรือบวมเมื่อถูกความชื้น และหดตัวเมื่ออากาศแห้ง ไม้ที่ใช้ทำชิ้นส่วนบางอย่างของไวโอลินจะคงรูปดีกว่าไม้ที่ใช้ทำเครื่องดนตรีอื่นๆ นอกจากนั้น ไม้ทุกชนิดจะหดตัวในแนวขวางของลายไม้มากกว่าการหดตัวตามยาว ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจเลยว่า โครงสร้างที่ซับซ้อนของเครื่องดนตรีอย่างไวโอลินจะเกิดการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของความชื้นในอากาศได้ค่อนข้างมาก เช่น เมื่อไม้แผ่นหน้าเกิดอากาการบวมมักจะนูนขึ้นด้านบน แต่การขยายตัวออกด้านข้างจะถูกจำกัดไว้ด้วยแผ่นไม้ด้านข้าง (Rib ) ทำให้เกิดผลกระทบแบบทวีคูณนั่นคือทำซาวด์โพสท์สั้นเกินไปและทำให้ความสูงของหย่องเพิ่มขึ้น ในช่วงเดือนที่มีความชื้นสูงๆ ไม้แผ่นหน้ามักจะเกิดการขยายตัวมากกว่าอาการคอไวโอลินตก ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้สายไวโอลินเหนือฟิงเกอร์บอร์ดลอยสูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงของความชื้นในอากาศอาจเป็นสาเหตุให้การเล่นเเละการตอบสนองของเสียงเกิดการแกว่งตัว และอาจทำให้เกิดปัญหาที่หนักกว่านั้นคือ ไม้เกิดการปริแตกเมื่อสูญเสียความชื้นอย่างรวดเร็วกว่าที่มันดูดซึมเอาไว้ได้ ดังนั้นจึงควรเอาใจใส่เรื่องความชื้นเป็นพิเศษเมื่ออยู่ในสภาพอากาศที่แห้งๆ ควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ๆ ความชื้นมีการเปลี่ยนแปลงกระทันหัน ส่วนในที่ๆ อากาศมีการเปลี่ยนแปลงสูงมากๆ ขอแนะนำให้ ’ปรับ’ ปรับแต่งไวโอลินเสียใหม่ควบคู่ไปกับการใช้เครื่องดูดความชื้น หรือติดเครื่องควบคุมความชื้นขนาดเล็กในกล่องไวโอลิน

ไวโอลินเครื่องดนตรีคลาสสิกประเภทเครื่องสาย

ไวโอลิน คือเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสายในตระกูลไวโอลิน (Violin Family)  ซึ่งมีทั้งหมด 4 ชนิด คือ ไวโอลิน วิโอลา เชลโล และดับเบิลเบส  ไวโอลินเป็นเครื่องดนตรีที่ขนาดเล็กที่สุด เครื่องดนตรีในตระกูลไวโอลินเป็นเครื่องดนตรีหลักที่ใช้ในวงออร์เคสตร้า  ปกติจะเล่นโดยใช้คันชักสีที่สาย แต่บางครั้งก็จะใช้นิ้วดีดที่สาย เพื่อให้เกิดเสียงสั้นยาวตามต้องการ  ในวงดนตรีประเภทออร์เคสตร้าไวโอลินจะเป็นกลุ่มเครื่องดนตรีที่มีจำนวนมาก  ไวโอลินสามารถนำไปใช้บรรเลงในวงดนตรีประเภทอื่นๆได้เช่นกัน เช่น ดนตรีแจ๊ส ดนตรีบลูส์ ดนตรีป๊อปปูล่า หรือดนตรีร็อก เป็นต้น

ไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดไวโอลินได้ปรากฏขึ้นเมื่อช่วงเวลาใด แต่คาดว่าปรากฏขึ้นครั้งแรกในประเทศอิตาลีช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 16 ซึ่งเชื่อกันว่าผู้ผลิตนั้นดัดแปลงมาจากเครื่องดนตรียุคกลาง 3 ชนิด อันได้แก่ เรเบค (rebec) ซอเรอเนซองซ์ (the Renaissance fiddle) และ ลีรา ดา บราชโช (lira da braccio) ซึ่งเครื่องดนตรีทั้ง 3 ชนิดนี้มีลักษณะใกล้เคียงกับไวโอลิน แต่หลักฐานที่แน่นอนที่สุดก็คือ มีหนังสือที่ตีพิมพ์เกี่ยวกับไวโอลินในปี พ.ศ. 2099 (ค.ศ. 1556) แล้ว โดยได้ตีพิมพ์ที่เมืองลียง ประเทศฝรั่งเศส และคาดว่าช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่ไวโอลินน่าจะเผยแพร่ไปทั่วทวีปยุโรปแล้ว

ไวโอลินที่ถือว่าเป็นคันแรกของโลกถูกสร้างขึ้นโดย อันเดร์ อมาตี (Andrea Amati) ในช่วงครึ่งศตวรรษแรกของคริสต์ศตวรรษที่ 16 โดยการว่าจ้างของครอบครัวเมดิซี ซึ่งต้องการเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสาย ต่อมาด้วยคุณภาพที่ดีของเครื่องดนตรี พระเจ้าชาลส์ที่ 4 แห่งฝรั่งเศส จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ อันเดร์ ประดิษฐ์ไวโอลินขึ้นมาอีก เพื่อมาเป็นเครื่องดนตรีบรรเลงประเภทใหม่ของวงออร์เคสตราประจำของพระองค์ และไวโอลินที่เก่าแก่สุดและยังให้เห็นอยู่ คือไวโอลินที่ อันเดร์ ประดิษฐ์ขึ้นในเมืองเครโมนา (Cremona) ประเทศอิตาลี ซึ่งได้ถวายแด่ พระเจ้าชาลส์ที่ 4 เช่นกันตรงกับปี พ.ศ. 2109 (ค.ศ. 1566)

ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเชื่อว่าศิลปะการทำไวโอลินก้าวขึ้นถึงขั้นสูงสุดในยุคของ Antonio Stradivari และ Giuseppe Guarneri ในช่วงศตวรรษที่ 18 และแม้ว่าโครงสร้างพื้นฐานของไวโอลินจะมีรากฐานมาอย่างยาวนานแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยที่ทำให้ไวโอลินชั้นเยี่ยมได้กลายเป็นตำนานเล่าขานสืบต่อมา คุณภาพเสียงของไวโอลินสามารถเปลี่ยนได้โดยการเปลี่ยนตำแหน่งการวางคันชัก ถ้าวางคันชักใกล้หย่อง (Sul ponticello) เสียงจะสดใส และมีเสียงประสาน (Harmonic content) ที่สอดประสานมากขึ้น แต่ถ้าวางคันชักห่างจากหย่องมากขึ้น (Sul tasto) เสียงจะทุ้มลึกและฉ่ำขึ้น แต่เสียงประสานจะลดลง