การพัฒนาไวโอลินจากสมัยก่อนจนถึงปัจจุบันและขั้นตอนการผลิต

ไวโอลินถูกพัฒนาขึ้นระหว่างต้นปีถึงกลางปี 1500 โดยช่างไวโอลินชื่อ อันเดรีย อามาตี้ (Andrea Amati) ชาวอิตาเลียน ซึ่งเป็นนักเรียนฝึกหัดทำเครื่องดนตรีประเภทเครื่อสายโบราณที่เรียกว่า ลู๊ท (Lute) ซึ่งในเวลาต่อมา อันเดรีย ได้พัฒนาฝีมือของตนจนถึงขั้นเป็นช่างชั้นครูเมื่อราวปี 1515 ไวโอลินบางส่วนที่เขาได้ทำขึ้นก็มีอยู่มาถึงทุกวันนี้ หลาย ๆ ชิ้น ที่เก่าแก่ที่สุดของอามาตี้ที่ทราบกันอย่างเป็นทางการนั้นผลิตขึ้นในปี 1567 เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องดนตรีต่าง ๆ ที่ทำขึ้นถวาย กษัตริย์ชาลส์ ที่ 9 แห่งฝรั่งเศส  ถัดมาอีกประมาณ 100 ปี ก็มีช่างไวโอลินชั้นครูที่จัดว่ามีชื่อเสียงที่สุดของโลกขึ้นเขาคือ อันโตนิโอสตราดิวารี่ (Antonio Stradivari) ครีโมนา ประเทศอิตาลี สตราดิวารี่ ในชั้นต้นเคยเป็นนักเรียนฝึกหัดของ นิโกโล่ อามาตี้ (Nicolo Amati – เป็นหลานปู่ของ อันเดรีย อามาตี้) ช่างคนนี้เองได้พัฒนาการสร้างไวโอลินให้มาถึงจุดสูงสุด ในราวปี 1710 ซึ่งนับเป็นยุคทองของการสร้างไวโอลิน

โดยปกติแล้วไวโอลินชั้นเยี่ยมจะถูกผลิตขึ้นโดยช่างชั้นครูคราวละเพียงหนึ่งตัวเท่านั้น ทุก ๆ ชิ้นส่วนจะถูกทำขึ้นอย่างระมัดระวังทีละชิ้น และตั้งอกตั้งใจสร้างสัดส่วนด้านหน้าและหลังของไวโอลินให้มีรูปทรงเป็นเหมือนกล่องเล็ก ๆ ที่มีความสวยงดงาม อีกทั้งมีคุณสมบัติเป็นเหมือนเครื่องขยายเสียง ทำให้เสียงที่เกิดจากการสั่นสะเทือนจากการสีมีความเข้มข้นเต็มที่ขั้นตอนการสร้างไวโอลินแบบดั้งเดิมยังคงใช้ในการสร้างไวโอลินชั้นดีมาจนกระทั่งทุกวันนี้ อย่างไรก็ตามหลังจากยุคปฎิวัติอุตสาหกรรม มีการนำเครื่องจักรเข้ามาร่วมใช้ในขั้นตอนการผลิตไวโอลินที่มีคุณภาพรองลงมาซึ่งมีโรงงานอยู่มากในประเทศเยอรมัน ซึ่งเราเรียกกันว่าไวโอลินโรงงาน หรือ Factory violin นั่นเอง อย่างไรก็ตามขั้นตอนต่าง ๆ ในการผลิตส่วนหนึ่งยังต้องใช้มือในการสร้างอยู่นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างไวโอลินที่มีคุณภาพใดก็ตาม โดยทั่วไปแล้วไวโอลินชั้นดี ที่สร้างมาจากไม้ชั้นดีที่คัดสรรแล้ว ยังคงต้องใช้ขั้นตอนการสร้างอย่างพิถีพิถันด้วยมือผู้ชำนาญเป็นสำคัญ